ฟังเพลง ดิว

posted on 12 May 2010 11:09 by modpuipaan

 

          

ไอบีเอ็มเตือนผู้ใช้ โจรไซเบอร์มุ่งเป้าขโมยข้อมูล-เงิน หลังแนวโน้มของมิจฉาชีพทางด้านออนไลน์ ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
      
นางเจษฎา ไกรสิงขร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มของมิจฉาชีพทางด้านออนไลน์ ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะพยายามหาทางแก้ไขและป้องกัน โดยที่ผ่านมา ทีมงานวิจัย เอ็กซ์-ฟอร์ซ ของไอบีเอ็ม ได้จัดทำแค็ตตาล็อก รวบรวมการวิเคราะห์ วิจัยที่เกี่ยวกับช่องโหว่ และความเสี่ยงต่างๆ ในโลกออนไลน์ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 มีข้อมูลกว่า 48,000 รายการ

        ขณะที่ รายงานเอ็กซ์-ฟอร์ซฉบับล่าสุด เปิดเผยเกี่ยวกับภัยคุกคามหลัก 3 ประการ ที่บ่งชี้ว่ามิจฉาชีพออนไลน์ยังคงพุ่งเป้าการโจมตีไปที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อมุ่งหวังโจรกรรมข้อมูล หรือโอกาสการฉ้อฉลทางการเงิน จากรายงานดังกล่าวพบว่า ปัจจุบันจำนวนเว็บลิงค์อันตรายใหม่ๆ ทั่วโลกได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วช่วงปีที่ผ่านมา รวมทั้งการหลอกลวงในรูปแบบของฟิชชิ่ง (หรือเทคนิคการปลอมแปลงเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลที่สำคัญจากผู้ใช้งานทางอินเทอร์เน็ต) ก็ยังมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2552

         อกจากนั้น ความเสี่ยงจากปัญหาช่องโหว่ในโปรแกรมอ่านและแก้ไขเอกสาร ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาช่องโหว่ในโปรแกรม และเอกสารตระกูลพีดีเอฟ เป็นต้นในกรณีของเว็บลิงค์อันตรายใหม่ๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 345% เทียบกับปี 2551 แนวโน้มนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้โจมตีทางด้านออนไลน์ยังนิยมโจมตีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านการโฮสต์เว็บไซต์อันตราย รวมทั้งยังนิยมใช้ช่องโหว่ทางด้านเว็บเบราว์เซอร์ เพื่อกิจกรรมอันมิชอบอีกด้วย

          ขณะที่ วิธีการฟิชชิ่ง ยังคงใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ทางด้านธนาคาร เพื่อหลอกลวงผู้บริโภคให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว โดยพบว่า 61% ของอีเมลฟิชชิ่ง มักแอบอ้างว่าส่งมาจากสถาบันการเงิน ส่วนอีก 20% ใช้วิธีแอบอ้างว่ามาจากหน่วยงานราชการ

edit @ 12 Mar 2010 15:21:02 by Banchee 2/2 za

อืม มาเเล้วจ้าสำหรับใครที่รอออราเคิลออกเอ็กซาเดต้าเวอร์ชัน2  มันมาเเล้ววววววววว

ออราเคิลเปิดตัวเอ็กซาเดต้า เวอร์ชัน 2 รองรับข้อมูลจำนวนมาก และการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยประสิทธิภาพจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นและค้นหาข้อมูลได้เร็วขึ้น 10 เท่า
       
       นายคริสโตเฟอร์ เชอลีอาร์ ผู้จัดการทั่วไป เอ็กซาเดต้า และโซลูชันอุปกรณ์ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า
ขณะที่จำนวนข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้เกิดปัญหาเรื่องต้นทุนในการหาเครื่องมือมาจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งการนำข้อมูลจำนวนมากจากอุปกรณ์จัดเก็บหรือสตอเรจมาประมวลผลที่ฐานข้อมูลหรือเดต้าเบสก็ทำได้ยากขึ้น
       

       วิธีการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นของออราเคิลมี 2 วิธีคือ 1.พัฒนาฮาร์ดแวร์ให้มีความเร็วมากกว่าสตอเรจ แอเรีย เน็ตเวิร์ก (SAN) 2.พัฒนาซอฟต์แวร์ให้ระบบเดต้ามีฟีเจอร์ที่เป็นสมาร์ท สแกน ซึ่งเป็นอินเทลลิเจนซ์ สตอเรจ ที่จะเป็นตัวส่งคำสั่งไปประมวลผลที่สตอเรจแล้วค่อยส่งกลับมาที่ฐานข้อมูล
       
       'ออราเคิลเปิดตัวเอ็กซาเดต้า เวอร์ชัน 2 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่วมกันกับซัน ไมโครซิสเต็มส์ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทำให้เป็นระบบที่เร็วที่สุดสำหรับคลังข้อมูล หรือเดต้า แวร์เฮาส์ซิ่ง และการประมวลผลธุรกรรมออนไลน์ (OLTP)'
       
       สำหรับเอ็กซาเดต้า เวอร์ชัน 2 มีให้เลือก 4 รุ่น ประกอบด้วย 1.แบบเต็มแร็ก ที่มีเดต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ 8 เครื่อง และสตอเรจเซิร์ฟเวอร์ 14 เครื่อง 2.ครึ่งแร็ก มีเดต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ 4 เครื่อง สตอเรจเซิร์ฟเวอร์ 7 เครื่อง 3.หนึ่งส่วนสี่แร็ก เดต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ 2 เครื่อง สตอเรจเซิร์ฟเวอร์ 3 เครื่อง 4.ระบบพื้นฐาน มีเดต้าเซิร์ฟเวอร์ 1 เครื่อง และสตอเรจเซิร์ฟเวอร์ 1 เครื่อง โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นระดับเอนเตอร์ไพร์ซ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เอ็กซาเดต้า เวอร์ชัน 2 ทั้ง 4 แบบเริ่มจำหน่ายในตลาดแล้ว
       
       “เอ็กซาเดต้า เวอร์ชัน 2 ทำงานได้เร็วกว่าเวอร์ชัน 1 ถึงสองเท่าสำหรับระบบคลังข้อมูล และเดต้าเบส แมชชีนรุ่นเดียวที่สามารถรองรับแอปพลิเคชัน OLTP นอกจากนี้ ยังรันฐานข้อมูลทั้งหมดได้รวดเร็วกว่าและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในโลก”
       
       
Company Related Link :
       
Oracle

edit @ 12 Mar 2010 15:22:48 by Banchee 2/2 za

ว้าว ว้าว ขา 3 D เขามาเเล้วเเต่บ้านเราคงต้องรอหน่อยนะ

Pic_70050

      ซัมซุงเปิดตัวโทรทัศน์ 3 มิติ ซึ่งทำให้คอหนังสามารถรับชมภาพยนตร์อย่าง 'อวตาร' หรือ 'อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์' ด้วยประสบการณ์เดียวกับที่ได้รับในโรงหนัง 3 มิติ..

      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า ซัมซุง บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ได้เปิดตัวโทรทัศน์ 3 มิติ ซึ่งทำให้คอหนังสามารถรับชมภาพยนตร์อย่าง 'อวตาร' หรือ 'อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์' ด้วยประสบการณ์เดียวกับที่ได้รับในโรงหนัง 3 มิติ

      สำหรับสนนราคาเริ่มต้นของโทรทัศน์ 3 มิติจากซัมซุงนั้น อยู่ที่ 1,300 ปอนด์ (ราว 64,000 บาท) สำหรับรุ่น LED 32 นิ้ว และสำหรับขนาด 65 นิ้วนั้น มีราคาไม่เกิน 5,000 ปอนด์ (ราว 245,000 บาท) อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่สนใจรับชมหนัง 3 มิติที่บ้าน ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกราว 500 ปอนด์ เพื่อแลกกับ เครื่องเล่น Blu-ray DVD และแว่นตาอิเล็กทรอนิกส์

      ทั้งนี้ โทรทัศน์ 3 มิติของซัมซุง ถูกติดตั้งฮาร์ดแวร์ภายใน ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าจะช่วยเปลี่ยนรูปแบบภาพ 2 มิติมาตรฐาน ให้เป็น 3 มิติได้ ส่วนแว่นตาที่ขายแยกนั้น ก็มีลักษณะไม่เหมือนกับแว่นในโรงภาพยนตร์ 3 มิติ ที่มีแค่แผ่นสีแดงกับเขียวเท่านั้น เนื่องจากมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยในการเชื่อมภาพในจอให้กลายเป็น 3 มิติ คาดว่าชุดโทรทัศน์นี้จะวางขายในอังกฤษช่วงสิ้นเดือนนี้

ของเค้าใหญ่จริงๆๆกระทบกันไปทั่ว


 

       การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัย ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม นั่งเป็น รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ส่งต่อมาถึงรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มี ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นั่งเป็นเจ้ากระทรวงไอซีที ก่อนหน้าคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษากรณียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร"จากคำตัดสินดังกล่าวเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมในหลายประเด็นประกอบด้วย
     1.กรณีแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษี สรรพสามิต โดยตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ทำให้ทีโอทีเสียประโยชน์จากการรับส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลง เพราะ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (เอไอเอส) สามารถนำภาษีไปหักจากค่าสัมปทานที่ต้องนำส่งส่วนแบ่งรายได้ทีโอทีได้ กรณีโทรศัพท์มือถือเพดานภาษีอยู่ที่ 10% ทำให้ตั้งแต่ปี 2546-2550 เอไอเอสนำส่งส่วนแบ่งรายได้เพียง 15% จาก 25% นอกจากนี้ยังเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ ที่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตทั้งที่ยังไม่มีฐานลูกค้า เช่นเดียวกับเอไอเอส
     2.กรณีการแก้ไขสัญญาปรับลดส่วนแบ่งรายได้บริการพรีเพดให้เอไอเอสเมื่อ 15 พ.ค. 2544 ส่งผลให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้จากบริการดังกล่าวเพียง 20% คงที่ตลอดอายุสัญญา (ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2544) จากเดิมต้องจ่ายในอัตรา 25% ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2543-30 ก.ย. 2548 และ 30% (1 ต.ค. 2548-30 ก.ย. 2558) ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทานทำให้เอไอเอสได้ประโยชน์โดยตรง แต่ทีโอทีและประชาชนไม่ได้ประโยชน์โดยตรง 
     3.กรณีการแก้ไขสัญญาโทรศัพท์มือถือโดยอนุญาตให้เอไอเอส (เมื่อ 20 ก.ย. 2545) หักค่าใช้จ่ายส่วนการใช้โครงข่ายร่วมออกจากรายได้รวมก่อนนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ทีโอที ทำให้จ่ายค่าส่วนแบ่งรายได้ให้ทีโอทีน้อยลง และปรับอัตราค่าโรมมิ่งให้บริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (ดีพีซี) ในฐานะบริษัทลูกของเอไอเอส และ 
    
4.การละเว้นอนุมัติส่งเสริมสนับ สนุนธุรกิจดาวเทียม ตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศโดยมิชอบใน 3 กรณี คือ การยอมให้แก้คุณสมบัติดาวเทียมไทยคม 4 เป็นไอพีสตาร์ ทั้งที่ตามเงื่อนไขจะต้องทำหน้าที่เป็นดาวเทียมสำรองของไทยคม 3 ทำให้ถึงปัจจุบัน บมจ.ไทยคมสร้างดาวเทียมสำรองไม่ครบตามสัญญา และทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ราว 4,000 ล้านบาท
     นอกจากนี้ การอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน ครั้งที่ 5 (27 ตุลาคม 2547) ลดสัดส่วนการถือหุ้นของ บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น ในไทยคม จากเดิมที่กำหนดให้ต้องถือหุ้นไม่ตํ่ากว่า 51% เหลือไม่ต่ำกว่า 40% โดยไม่ผ่าน ครม. เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ชินคอร์ปและบริษัทในเครือ ทำให้ไม่ต้องไปกู้ยืมเงินมาเพิ่มทุนเพื่อรักษาสัดส่วน 84 ล้านหุ้น หรือ 1,600 ล้านบาท แต่ไปกระจายความเสี่ยงในตลาดหลักทรัพย์ฯแทน  รวมถึงการนำเงินที่ได้จากการประกันความเสียหายดาวเทียมไทยคม 3 ที่ต้องปลดระวางก่อนเวลาจำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปใช้ผิดประเภทจากที่กำหนดไว้ในสัมปทาน โดยนำเงิน 26 ล้านเหรียญสหรัฐไปใช้ว่าจ้างสร้างดาวเทียมดาวใหม่อีก 6 ล้าน นำไปใช้เช่าดาวเทียมดวงใหม่อีก 1 ล้าน และนำไปฝากไว้ที่สิงคโปร์แทนที่จะนำกลับคืนเป็นรายได้เข้ารัฐทั้งหมด เนื่องจากค่าสินไหมที่ได้รับถือเป็นทรัพย์สินของรัฐภายใต้สัมปทาน 
    ส่วนการลงทุนสร้างดาวเทียมดวงใหม่และการเช่าช่องสัญญาณเพื่อใช้ทดแทนเป็นหน้าที่ของเอกชนที่ต้องรับผิดชอบ แต่กลับมีการแก้ไขสัญญาเอื้อประโยชน์สร้างความเสียหายแก่รัฐ"เมื่อมีแนวของคำพิพากษาแล้ว กระบวน การแก้ไขสัญญาสัมปทานต่าง ๆ จะยิ่งดำเนินการได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะมีมุมมองของศาลมาช่วยเสริมให้เห็นประเด็นได้รอบด้าน โดยได้ให้ทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายเข้ามาศึกษาแต่ละประเด็นเพื่อดูว่าหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบบ้าง รวมถึงกระทบต่อรายได้ของรัฐเท่าใด" ร.ต.หญิงระนองรักษ์ย้ำ  แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่ามีการยกเลิกหรือฟ้องร้องได้ทันทีเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับเงินรายได้ของรัฐ รายได้ของรัฐวิสาหกิจใต้สังกัด ต้องดูว่าประเด็นเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้าง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเงินรายได้ของคลัง เรื่องภาษีก็ต้องดูท่าทีของกระทรวงการคลังว่ามองประเด็นนี้อย่างไร มีเรื่องภาษีย้อนหลังเข้ามา เกี่ยวข้องหรือไม่
    ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงไอซีทีให้ความเห็นว่า คำตัดสินของศาลไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับกรณีเอไอเอส แต่จะรวมไปถึงสัญญาอื่น ๆ ที่ได้รับสัมปทานจากภาครัฐด้วย เพราะเกือบทุกสัญญายังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้องครบถ้วน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าจะมีการหยิบสัญญาฉบับไหนขึ้นมาชำระความก่อนกัน

edit @ 4 Mar 2010 18:38:07 by Banchee 2/2 za

edit @ 4 Mar 2010 18:41:58 by Banchee 2/2 za

edit @ 4 Mar 2010 18:43:32 by Banchee 2/2 za

อืม ร้านเน็ต "อูบุนตู" ประหยัด+ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์  มันจะดีอะไรขนาดนี้

   เรื่องหนึ่งที่น่ายินดีก็คือ ในบ้านเราความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มีมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะความเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ แม้ในด้านแผ่นผี ซีดีเถื่อน ที่ตั้งร้านขายกันอยู่ทุกหนทุกแห่ง ตำตาตำใจอยู่ แต่ในส่วนของหน่วยงาน ห้างร้าน บริษัทธุรกิจ และองค์กรต่าง ๆ เรื่องพวกนี้ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
   ประการหนึ่งเพราะมันไม่คุ้มที่จะแลกกับการละเมิดลิขสิทธิ์ โดนเข้าไปทีไม่เพียงเงินทองค่าปรับ เสียเวลาทำมาหากินอีกต่างหาก
บางองค์กรหันมาหาโอเพ่นซอร์ซ ซอฟต์แวร์แทน ซึ่งนอกจากไม่ละเมิดลิขสิทธิ์แล้วยังประหยัดงบประมาณไปได้อีกมากมาย เพราะเป็นที่ซึ่งไม่ต้องซื้อหาก็สามารถเอามาใช้ได้ มีโรงเรียนมัธยมโรงเรียนหนึ่งที่จังหวัดอุบลราชธานี ชื่อโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (http://www.krumontree.com) เริ่มทดสอบการใช้โอเพ่นซอร์ซจริงจังสำหรับนักเรียนหลายพันคนในโรงเรียนเมื่อปีที่แล้ว สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทุกเนื้อหาวิชา ที่จัดการเรียนการสอน จนตอนนี้กลายเป็นโรงเรียนต้นแบบที่จะขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่น ๆ คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเรียนการสอนทั้งหมดของโรงเรียนกว่า 200 เครื่อง เป็นระบบปฏิบัติการอูบุนตูครับ ใช้งานได้เทียบเท่า และดีกว่าในบางกรณี นอกจากนั้นคือ ประหยัดเงินไปได้มหาศาลเฉพาะค่าซอฟต์แวร์อย่างเดียวกับเครื่อง 200 กว่าเครื่อง ในด้านฮาร์ดแวร์เองก็ประหยัดด้วยเช่นกัน ลองมาดูอีกตัวอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่โรงเรียนในระบบราชการ แต่เป็นร้านอินเทอร์เน็ตธรรมดา ที่เด็ก ๆ ชอบไปนั่งกัน ในเมืองไทยปัจจุบันร้านอินเทอร์เน็ตที่ใช้โอเพ่นซอร์ซ หรือลีนุกซ์ เท่าที่พอมีข้อมูลก็มีอยู่หลายร้านเหมือนกัน แม้รุ่นบุกเบิกอย่างไทยลีนุกซ์คาเฟ่จะอำลาไปแล้วแต่ก็ปูฐานความรู้ไว้มากมายหนึ่งในร้านอินเทอร์เน็ตที่ว่ามานี้ซึ่งเพิ่งมีโอกาสรู้จักเป็นร้านเน็ตในจังหวัดสุพรรณบุรี ร้านนี้ไม่ใช่ร้านเกม มีคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 16 เครื่อง แรงบันดาลใจที่ทำให้หันมาใช้ ลีนุกซ์ในร้าน ส่วนหนึ่งก็คือการประหยัดค่าซอฟต์แวร์ เพราะร้านเน็ตนั้นหากละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์แล้วเจ้าของร้านจะปวดหัว
     ช่วงทดสอบ ลงอูบุนตู 6 เครื่อง ที่เหลือเป็นวินโดวส์ หลังผ่านระยะการทดลองก็จะเพิ่มเป็นอูบุนตู 10 เครื่อง วินโดวส์ลิขสิทธิ์ 6 เครื่อง  10 เครื่องนั้น หากใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ค่าลิขสิทธิ์ก็ถือว่าไม่น้อย หากรวมซอฟต์แวร์อื่น ๆ สำหรับรองรับการใช้งานเช่นไมโครซอฟท์ออฟฟิศ โฟโต้ช็อป หรืออีกสารพัดโปรแกรม เงินลงทุนก็จะต้องเพิ่มไปอีกมากในกรณีไม่ละเมิดลิขสิทธิ์เลย  ทว่าระบบปฏิบัติการ "อูบุนตู" มีซอฟต์แวร์พร้อมใช้ที่ตอบสนองได้หมด โดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ยังต้องมีวินโดวส์ อยู่ก็เพื่อรองรับอะไรต่ออะไรที่ไม่เป็นมาตรฐาน เช่น เว็บไซต์หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา เว็บเพื่อการทำธุรกรรมบางอย่าง หรืองานเอกสารที่มีลักษณะเฉพาะไม่เข้ามาตรฐานเปิด นี่ไม่ใช่ร้านเน็ตร้านเดียวในเมืองไทยที่ใช้โอเพ่นซอร์ซนะครับ ยังมีอีกหลายแห่ง ที่ทำร้านเน็ตอย่างสบายใจด้วย "อูบุนตู"

อืม อืม ลุยตลาดแอนตี้ไวรัส   น่าสนนะ

 

     Pic_68478

    ผนึกกำลังพาทเนอร์จากจีน เปิดตัว "คิงส์ซอฟท์ อินเทอร์เน็ต ซีเคียวริตี้" ตั้งเป้าแบ่งเค้ก 10% จากตลาดรวมแอนตี้ไวรัส พร้อมลงทุน 80 ล้านเจาะเกมออนไลน์ในเวียดนาม...
    วันนี้ (3 มี.ค.) นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯ ต่อยอดธุรกิจใหม่ด้วยการนำสินค้าไอทีส่งตรงถึงผู้บริโภค ล่าสุด ร่วมกับ บริษัท คิงส์ซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จากประเทศจีนให้บริการโปรแกรมรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์คิงส์ซอฟท์ อินเทอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ เวอร์ชันภาษาไทย รวมถึง สินค้าไอทีอื่นๆ อาทิ ซอฟต์แวร์ และบริการต่างๆ โดยจัดตั้งและพัฒนาระบบเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทย เพื่อดูแลบุคลากร ช่องทางจัดจำหน่าย และอัพเดทโดยตลอด ทำให้ผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยราคาให้บริการ 189บาทต่อเครื่องต่อปี และเปิดให้ทดลองใช้ฟรี 30 วัน เชื่อว่า บริษัทฯ จะมียอดขายประมาณ 10% จากตลาดรวมแอนตี้ไวรัส หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท ส่งผลให้สินค้ากลุ่มไอทีเพิ่มขึ้น 20-30% ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัทฯ ในอีก 3 ปีข้างหน้า
   ส่วนธุรกิจเกมออนไลน์รายได้หลักของบริษัทฯ คาดว่า ในปีนี้จะมีรายได้จากเกมออนไลน์ซึ่งเติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้อยู่ที่ 1,500 บาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 1,000 ล้านบาท และต่างประเทศ 500 ล้านบาท จากเกมทั้งสิ้นกว่า 20-30 เกมที่บริษัทฯ ให้บริการ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวเกมใหม่อีก 16 เกม รองรับการขยายตัวในตลาดเกมออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ​ จากความนิยมในการใช้อินเทอร์เน็ตและเกมบนสังคมออนไลน์ เชื่อว่า ตลาดเกมออนไลน์ในปีนี้จะมีมูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 2,000 ล้านบาท
  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมลงทุนในประเทศเวียดนามอย่างจริงจัง โดยจะร่วมทุนกับบริษัทพัฒนาเกมออนไลน์ ด้วยงบลงทุนประมาณ 70-80 ล้านบาท จากแนวโน้มการใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศเวียดนามซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 20 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 88 ล้านคน และคาดว่าบริษัทฯ จะรับรู้รายได้เต็มที่จากการลงทุนในเวียดนามประมาณปี 2554

edit @ 4 Mar 2010 18:39:45 by Banchee 2/2 za

"วันมาฆบูชา" ต ร ง กั บ วั น ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เ ดื อ น ๓

ความหมาย

         วันมาฆบูชาหมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์

ความสำคัญ

         วันมาฆบูชา เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์
ผู้ได้อภิญญา ๖และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติที่ นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดี ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส

1ประวัติความเป็นมา

         1. ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๙ เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน ๓ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ ๔ ประการ คือ
          2. วันนั้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓
          3. พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้ นัดหมาย
          4. พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖
          5. พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นผู้ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจาก พระพุทธเจ้า
         เพราะเหตุที่มีองค์ประกอบสำคัญดังกล่าว จึงมีชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า วันจาตุรงคสันนิบาต และในโอกาสนี้ พระพุทธเจ้า ได้แสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการประกาศหลักการอุดมการณ์ และวิธีการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา

การถือปฏิบัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย

         พิธีวันมาฆบูชานี้ เดิมทีเดียวในประเทศไทยไม่เคยทำมาก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายไว้ว่าเกิดขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยทรงถือตามแบบของโบราณบัณฑิตที่ได้นิยมกันว่า วันมาฆะบูรณมี พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะเต็มบริบูรณ์เป็นวันที่พระอรหันต์สาวกของ พระพุทธเจ้า ๑,๒๕๐ รูป ได้ประชุมกันพร้อมด้วยองค์ ๔ ประการ เรียกว่า 
         1จาตุรงคสันนิบาตพระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เป็นการ ประชุมใหญ่ และเป็นการอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา นักปราชญ์ จึงถือเอาเหตุนั้นประกอบ การสักการบูชาพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวก ๑,๒๕๐ รูปนั้น ให้เป็นที่ตั้งแห่งความ เลื่อมใสการประกอบพิธีมาฆะบูชา ได้เริ่มในพระบรมมหาราชวังก่อน

          ในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีพิธีการพระราชกุศลในเวลาเช้า พระสงฆ์ วัดบวรนิเวศวิหารและ วัดราชประดิษฐ์ ๓๐ รูป ฉันในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลาค่ำ เสด็จออกทรงจุด ธูปเทียนเครื่อง มนัสการแล้ว พระสงฆ์สวดทำวัตรเย็นเสร็จแล้ว สวดมนต์ต่อไปมี สวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ด้วยสวดมนต์ จบทรงจุดเทียนรายตามราวรอบพระอุโบสถ ๑,๒๕๐ เล่ม มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนา โอวาทปาติโมกข์

๑ กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลีและ ภาษาไทย เครื่องกัณฑ์ มีจีวรเนื้อดี ๑ ผืน เงิน ๓ ตำลึง และขนมต่าง ๆ เทศนาจบพระสงฆ์ ซึ่งสวดมนต์ ๓๐ รูป สวดรับการประกอบพระราชกุศลเกี่ยวกับ วันมาฆบูชาในสมัยรัชกาลที่ ๔ นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปีมิได้ขาด สมัยต่อมามีการเว้นบ้าง เช่น รัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกเองบ้าง มิได้ เสด็จออกเองบ้างเพราะมักเป็นเวลาที่ประสบกับเวลาเสด็จประพาส หัวเมืองบ่อย ๆ หากถูกคราวเสด็จไปประพาสบางปะอินหรือพระพุทธบาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง ก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชา ในสถานที่นั้น ๆ ขึ้นอีก ส่วนหนึ่งต่างหากจากในพระบรมมหาราชวังเดิมทีมีการประกอบพิธีในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาก็ขยายออกไป ให้พุทธบริษัทได้ ปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบสืบมาจนปัจจุบัน มีการบูชา ด้วยการเวียนเทียน และบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ ส่วนกำหนดวันประกอบพิธีมาฆบูชานั้น ปกติตรงกับวันเพ็ญ เดือน ๓ หากปีใด เป็นอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหนจะเลื่อนไปตรงกับวันเพ็ญเดือน ๔

 หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ

         หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติได้แก่ โอวาทปาติโมกข์ หมายถึง หลักคำสอนคำสำคัญของพระพุทธศาสนาอันเป็นไปเพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น หรือคำสอน อันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ วิธีการ ๖ ดังนี้

หลักการ 3

1. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลด ละเลิก ทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งความชั่ว มีสิบประการ อันเป็น
ความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ

1ความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติ ผิดในกาม
ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ
ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม 

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี ๑๐ อย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ

ความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม

การทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวานพูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะ
การทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมีแต่คิดเสียสละ การไม่ผูกอาฆาตพยาบาทมีแต่คิดเมตตาและ ปราถนาดีและมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

3. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึงความสงบ มี ๕ ประการ ได้แก่
          1. ความพอใจในกาม (กามฉันทะ)
          2. ความอาฆาตพยาบาท (พยาบาท)
          3. ความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน (ถีนะมิทธะ)
          4. ความฟุ้งซ่าน รำคาญ (อุทธัจจะกุกกุจจะ) และ  
          5. ความลังเลสงสัย (วิกิจฉา) เช่น สงสัยในการทำความดีความชั่ว ว่ามีผลจริงหรือไม่ วิธีการทำจิตให้ปฏิบัติสมถะผ่องใส ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการละบาปทั้งปวง ด้วยการถือศืลและบำเพ็ญกุศล ให้ถึงพร้อมด้วยการ และวิปัสสนา จนได้บรรลุอรหัตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง

 

อุดมการณ์ 4

1. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ
2. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
3. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จาการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8

วิธีการ 6

          1. ไม่ว่าร้าย ได้แก่ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือ กล่าวโจมตีใคร
          2. ไม่ทำร้าย ได้แก่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
          3. สำรวมในปาติโมกข์ ได้แก่ ความเคารพระเบียบวินัย กฎกติกา กฎหมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีของสังคม
          4. รู้จักประมาณ ได้แก่ รู้จักความพอดีในการบริโภคอาหารหรือการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
          5. อยู่ในสถานที่ที่สงัด ได้แก่ อยู่ในสถานที่สงบมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
          6. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ ได้แก่ฝึกหัดชำระจิตให้สงบมีสุขภาพคุณภาพและประสิทธิ
ภาพที่ดี

 

 

ของดีต้องสนับสนุนเเละทำตามจ้า

Pic_67221

ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี

    กระทรวงไอซีที-ทีโอทีร่วมฉลอง 20 ปี พระราชกรณียกิจสมเด็จพระเทพฯ มอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เชื่อมสัมพันธ์ไทย - ลาว จำนวน 30 เครื่อง มูลค่ากว่า 7.3 แสนบาท...

    ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีมีความประสงค์จะมีส่วนร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับ โรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า แขวงเวียงจันทน์ (หลัก 67) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในเดือนมี.ค. 2553 โดยกระทรวงฯ ได้มอบและติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด 30 เครื่อง แบ่งเป็น โรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า แขวงเวียงจันทน์ (หลัก 67) จำนวน 20 ชุด  ศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน ห้วยซั้ว (หลัก 22) จำนวน 5 ชุด  และหอสมุดแห่งชาติ สปป.ลาว จำนวน 5 ชุด พร้อมทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็ว 2.9 เมกะเฮิร์ทซ โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สนับสนุนงบประมาณทั้งสิ้น 727,975 บาท

    รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า หลังจากกระทรวงฯ ประสานแจ้งความประสงค์การมอบความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้แก่ สปป.ลาว ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำ สปป.ลาวแล้ว ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเตรียมความพร้อม เพื่อรับมอบและติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวจากกระทรวงฯ โดยศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน ห้วยซั้ว และหอสมุดแห่งชาติ สปป.ลาว นั้น มีสถานที่พร้อมรับการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว สามารถดำเนินการติดตั้งได้ในทันที ส่วนโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้านั้น อาคารที่มีอยู่เดิมไม่มีห้องที่เหมาะสม และเพียงพอสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวน 20 ชุด ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ จึงช่วยประสานกับทางโรงเรียนฯ เพื่อก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้น โดยเฉพาะสำหรับรองรับกับการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ อาคารได้สร้างแล้วเสร็จ เมื่อประมาณปลายเดือน ม.ค. 2553 ที่ผ่านมา ทางกระทรวงฯ จึงได้นำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ มามอบให้ในครั้งนี้

    นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กล่าวว่า สำหรับอาคารของโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า แขวงเวียงจันทน์ ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ได้สร้างให้ใหม่นี้ นอกจากจะมีการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แล้ว ยังได้มีการนำหนังสือที่มีประโยชน์มาจัดวาง พร้อมทั้งประดับตกแต่งภายในอาคารด้วยภาพถ่ายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของประเทศไทย กับ สปป.ลาว และได้ขอพระราชทานภาพพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างการเสด็จฯ เยือน สปป.ลาว ในโอกาสต่างๆ มาประดับไว้ในอาคารด้วย เพื่อจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสำหรับการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงทำพิธีพระราชทานให้แก่โรงเรียน ในโอกาสการเสด็จฯ เยือนสปป.ลาว เพื่อทรงเยี่ยมโรงเรียน ในครั้งต่อไป

    เอกอัครราชทูตไทยประจำ สปป.ลาว กล่าวด้วยว่า โอกาสนี้ นอกจากจะครบรอบ 20 ปี พระราชกรณียกิจ ที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีกับโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า ในเดือนมี.ค.2553 นี้ แล้ว ยังครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ลาว  และครบ 450 ปี การย้ายนครหลวงเวียงจันทน์มาหลวงพระบางด้วย